บทที่ 11 บทไม่มีชื่อ
มินทร์ร้อนใจจนไม่รู้จะทำยังไงดี อคิราห์คือเด็กในปกครองที่เขาต้องดูแลและตอนนี้เขาหายตัวไป ใช่ครับอ่านไม่ผิดหรอกว่าหายไปเขานัดเจอน้องที่ร้านอาหารหน้ามอ แต่เลทไปเกือบสองชั่วโมงเพราะเขาติดธุระที่ต้องไปจัดการ พวกเราเดินทางกลับมาไทยได้เกือบปีแล้ว น้องเข้ามหาวิทยาลัยปีหนึ่งที่นี่ คิสกำลังตกอยู่ในอันตรายและเขาจะต้องปกป้องให้สมกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา พ่อและแม่ของคิสคืออดีตเลขาของมาเฟียใหญ่ที่สุดในยุโรปและไทย ตัวคุณอาทิตย์และภรรยาทำงานถูกต้องตามกฎหมายนะครับ คือเจ้านายเก่ามีทั้งด้านมืดและสว่าง แต่คนในเป็นหนอนในช่วงนั้นพ่อของคิสไปรู้เห็นเข้าโดยบังเอิญ และถูกตามเก็บทั้งครอบครัว โดยที่นายใหญ่ไม่ทราบถึงเรื่องนี้ คนที่ทำผิดดันเป็นคนสนิทของเจ้านายเสียอีก เลยต้องหนีหัวซุกหัวซุนกันทั้งครอบครัว เวลาผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว ทั้งเขาและคุณอาทิตย์ทราบเรื่องมาว่าเจ้านายได้จัดการกับคนสนิทไปแล้วเพราะรู้ว่าถูกทรยศ เขาถึงกล้าพาคิสกลับมาประเทศไทย ผมเองเป็นลูกของเลขาคุณอาทิตย์หรือเอาง่ายๆว่าเป็นบอดี้การ์ดที่ทำหน้าที่เลขาไปด้วยในตัว พวกเราอพยพไปกันทั้งครอบครัวเพื่อหนีตายไปยังประเทศแคนาดาและเลี้ยงดูน้องด้วยการให้แต่งตัวเป็นเด็กผู้หญิง ใช่ครับฟังไม่ผิดแน่ๆเป็นเด็กหญิงครับ พ่อผมคุณอาทิตย์และคุณลัดดาเดินทางข้ามประเทศเพื่อไปติดต่อการค้าแต่ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกเสียชีวิตทั้งหมด ผมถึงได้กลับไทยและคืนสภาพเพศเดิมให้น้องเขา เรื่องนี้ช่างก่อนเถอะครับผมมีเรื่องที่ใหญ่กว่านั้นตอนนี้กำลังตามหาน้อง แล้วผมควรเริ่มจากไหนก่อนดี แค่คิดผมก็รู้สึกเหมือนกำลังจะหายใจไม่ออกแล้ว
"ขอบคุณครับ "ผมเอารูปของน้องคิสยื่นให้พนักงานในร้านดู และขอดูกล้องวงจรปิดของร้านด้วย เขาก็ให้ความร่วมมือดีครับแต่ที่กระตุกใจผมคือร่างสูงที่เด่นอยู่ในจอนั่นต่างหาก แค่ผมคิดหัวใจของผมก็วูบโหวงแล้ว แน่นอนคนที่ปรากฏอยู่ในจอล้วนแต่เป็นคนที่ผมรู้จักและคุ้นเคยดีทั้งนั้น ผมถอยหายใจรู้สึกอึดอัดเหมือนในห้องที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำนี่ร้อนจนหายใจไม่ออก
"เชี่ยละ พวกมันเอาตัวน้องไปไหนวะแม่ง"ผมสบถเหงื่อออกชื้นเต็มฝ่ามือที่กำแน่น เห็นเต็มตาครับว่าคนที่เอาน้องไปคือคิงหรือคุณโรมันของสาวๆ พวกผมเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กครับพ่อแม่เลี้ยงมาด้วยกัน จนถึงวันที่ผมต้องแยกตัวออกไปแรกๆก่อนจะไปอยู่ต่างประเทศพวกเรายังติดต่อกันตลอด พวกเรามีน้องเล็กๆคนเดียวนี่แหละครับ น่ารักเหมือนตุ๊กตาทั้งๆที่เป็นผู้ชายแท้ๆ พวกผมสามคนคอยปกป้องน้องจากเด็กที่มีปัญหาคอยแกล้งน้องตั้งแต่อนุบาล คิงหลงน้องหนักมาก ประกาศชัดเจนว่าโตมาจะขอน้องแต่งงาน พวกเราทำอะไรได้ที่ไหนละครับโดยศักดิ์แล้วมันคือเจ้านายสายตรง พวกเราเป็นเบ้ทุกเจนเนอเรชั่นเลยครับตั้งแต่รุ่นทวดต่อมาเรื่อยๆจนถึงรุ่นของเรา
//............................//
"กูเอง คืนน้องมาให้กูเดี๋ยวนี้"มินทร์ตะคอกใส่โทรศัพท์ แล้วไอ้บ้านี่ก็ขยันจริงนะครับที่ว่าขยันน่ะคือขยันเงียบ มันได้ยินทุกอย่างแหละครับ รู้เรื่องทุกอย่างแต่มันเป็นคนไม่ค่อยพูดตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้ว และมันก็คิดเองเออเองว่าทุกคนจะต้องเข้าใจในสิ่งที่มันเงียบ แบบนี้แล้วสมควรไหมล่ะครับที่ผมจะต้องกลัวจนเหงื่อตกเมื่อเห็นว่าใครอยู่กับน้องน่ะ
//มึงมาเจอกูที่ผับ กูจะพาน้องไปพบมึง//พูดจบมันก็วางสาย ไม่ถามเลยครับว่าผมจะรู้เวลาหรือนัดกันอะไรยังไงผับไหน สันดานเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนจริงๆ เดือดร้อนผมต้องโทรหาใครอีกคนที่ผมไม่ค่อยอยากจะคุยด้วยเท่าไหร่ สงสัยใช่ไหมครับว่าผมรู้เบอร์โทรพวกมันได้ยังไง เส้นสายครับสืบแป็บเดียวก็ได้แล้ว แต่ที่ได้มานี่ไม่ใช่เบอร์ส่วนตัวแท้ๆของพวกมันนะครับ เป็นเบอร์ไว้ให้สาวๆของพวกมันโทรหา พวกมันมีโทรศัพท์คนละสองสามเครื่อง แต่ละเครื่องแยกประเภทของคนที่ติดต่อเอาไว้
"มึงไม่ต้องเงียบไอ้เต ผับไหนเจอกันกี่โมง"ผมล่ะโมโหจริงๆ ห่าเอ้ยพวกมันสมควรเป็นเพื่อนกันละครับสันดานเดียวกันเป๊ะ คือโหด และเงียบประเภทพุดน้อยต่อยหนัก แต่น้อยคนนักที่จะเห็นมันด้านมืดของพวกมันที่ซ่อนเอาไว้แบบเนียนๆ ส่วนมากจะเห็นเป็นสีเทาๆทั้งนั้น สำหรับพวกสาวๆคนพวกนี้กลายเป็นสีรุ้งฟรุ้งฟริ้งหารู้ไม่ว่ากำลังเดินเข้าหาขุมนรกชัดๆ ผมส่ายหน้าไปมากับความคิดตัวเองดึงสติกลับมาฟังเสียงไอ้เตที่กำลังพูดกลับมา
//ไปรอเลย //มันบอกแค่นี้แล้ววางสาย ครับผมต้องเข้าใจมันว่าที่ให้ไปรอเลยคือไปรอที่ไหนกี่โมง เวิ้บทูเดาทั้งนั้น ผมรีบไปที่ผับ sonight ที่คิงเป็นเจ้าของ มันทำหลายอย่างครับทั้งถูกและผิดกฎหมายแต่ไม่เคยมีใครรู้แค่นั้น ทุกคนคิดแค่ว่ามันรวยเท่านั้นเอง ผมเข้าไปนั่งรอที่บาร์สั่งเหล้ามานั่งรอพวกมัน
............................................................................
กลุ่มคนที่เดินเข้ามาแม่งสะดุดตาตั้งแต่ทางเข้า ส่วนของบาร์อยู่ด้านหน้าครับ มีทางเดินเข้าไปในผับอีกทีประตูกันเสียงโหยหวนของนักเที่ยวและบีทหนักๆช่วยลดเสียงลงแต่ยังคงได้ยินแว่วๆ เจ้าตัวเล็กของเขาเดินมาข้างๆคิงมือน้อยๆอยู่ในมือใหญ่ของมันที่กำไว้จนมิด ตาบวมปูดจากการร้องไห้ (และคงร้องหนักมากด้วย)ดูจากท่าทางแล้ว มืออีกข้างถือเจ้าโตงเตงที่สภาพมอมแมมเหมือนโดนเหยียบมาด้วย ดูแล้วเหมือนพ่อพาลูกมาเที่ยวสถานที่อโคจรยังไงยังงั้นเลย
"น้ำส้ม เอาไปฟรีซเลย"มันหันไปบอกบาร์เทนเดอร์ที่รีบทำแบบไม่ต้องให้บอกซ้ำสอง ไอ้พิชญ์และไอ้เตชินยืนเยื้องอยู่ด้านหลังของคิง มือเขาสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นพวกมันชัดๆตา บอกตามตรงสิบปีที่ห่างจากพวกมันไปทำให้ผมไม่ชินที่จะเจอกับพวกมัน และเริ่มกลัวพวกมันหน่อยๆด้วย ไม่รู้ว่านิสัยของพวกมันจะเปลี่ยนไปมาแค่ไหนทำให้ดูเหมือนเขามาเจอคนแปลกหน้าที่รู้จักกันดี
